Banner

เปิดแผน CSR ที่แท้จริงของ SCGหลังน้ำท่วม

คุณวีนัส อัศวสิทธิถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสารองค์กร SCG เล่าให้ทีมงาน www.thaicontractor.com ฟังถึงการทำ CSR ของ SCG ในช่วงวิกฤติน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯ เมื่อช่วงปลายปี 2554 ที่ผ่านมาว่า "ในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา ความตั้งใจหลักของ SCG คือ ช่วยเหลือพนักงานของเราเองให้ปลอดภัย และเมื่อเราเข้มแข็ง เราก็พร้อมที่จะออกช่วยเหลือสังคม” นี่คือคำอธิบายที่ทำให้เราต้องงุนงงอยู่พักใหญ่

          คุณวีนัสเล่าต่อว่า “ต้องย้อนกลับไปเมื่อช่วงวิกฤติการเมืองของประเทศเมื่อช่วงปี 2553 ที่ผ่านมา เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ SCG ตระหนักว่า องค์กรเราต้องมีหน่วยงานที่จะเข้ามารองรับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจคาดถึงทั้งในปัจจุบันและอนาคต ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น SCG ต้องสามารถผลิตสินค้าและส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าได้ และนั่นเป็นที่มาของหน่วยงาน BCM หรือมีชื่อเต็มว่า Business Continuity Management ซึ่งมีหน้าที่ติดตามสถานการณ์แบบวินาทีต่อวินาที ตลอด 24 ชั่วโมง วิเคราะห์ความเสี่ยงที่จะส่งผลต่อการทำงานของ SCG จากนั้นถ่ายทอดข้อมูลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง รายงานความคืบหน้าต่อผู้บริหารเพื่อการตัดสินใจที่รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำมากที่สุด”

          การทำงานของ BCM จะเตรียมรับมือวิกฤติอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่เรียนรู้ระบบ ศึกษาดูงาน ฝึกซ้อมเสมือนจริง อาทิ การย้ายคน การขนของ เตรียมย้ายฐานข้อมูลให้พร้อมกับการทำงานในออฟฟิศสำรองที่เตรียมไว้ เตรียมแผนสำรอง 1-2-3 เพื่อให้บริษัทได้รับความเสียหายน้อยที่สุด สามารถดำเนินธุรกิจได้ และในครั้งนี้หน่วย BCM ได้ประมวลแล้วว่า “น้ำท่วมครั้งนี้ กรุงเทพฯไม่น่าจะรอด” คุณวีนัสกล่าวว่า “การประเมินสถานการณ์ในช่วงวิกฤติ ต้องมองโลกในแง่ร้ายให้มากที่สุด เพื่อที่เราจะได้เตรียมพร้อมให้มากที่สุด”

           ช่วงก่อนที่น้ำจะมา SCG ประเมินสถานการณ์ไว้ว่า กรุงเทพฯจะท่วมอย่างแน่นอน รวมไปถึงสำนักงานใหญ่ของ SCG ที่บางซื่อเองก็ไม่น่าจะรอดมวลน้ำไปได้ และอาจจะท่วมสูงถึง 1.50 เมตร ทั้ง 40 อาคาร จะมีอาคารรอดจากน้ำเพียง 2 อาคาร ที่มีความสูงกว่าระดับถนนใหญ่ประมาณ 2 เมตร เมื่อทราบเช่นนั้นจึงคิดกันต่อว่าจะทำอย่างไรให้บริษัทยังสามารถส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าทั่วโลกได้อย่างไม่มีปัญหา หรือเกิดความล่าช้าให้น้อยที่สุด

          แผนสำรองที่ SCG ได้เตรียมไว้คือ ย้ายฐานการทำงานไปยัง “ออฟฟิศคู่แฝด” หรือออฟฟิศสำรองที่จังหวัดระยอง สระบุรี ชลบุรี และราชบุรี ซึ่งได้มีการถ่ายโอนระบบ IT ไปสำรองไว้ก่อนล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว แม้กระทั่งชุมสายโทรศัพท์ ที่ลูกค้าสามารถติดต่อ SCG ได้ด้วยหมายเลขเดิม เหมือนการทำงานในภาวะปกติ ที่สำคัญที่สุดคือ แผนกบัญชีที่ไม่สามารถหยุดการทำงานได้ เพราะถ้าระบบบัญชีไม่สามารถทำงานได้ นั่นเท่ากับว่าเราจะไม่สามารถรับ-ส่งของ นำเข้า-จ่ายออก หรือออกบิลได้ ส่วนพนักงานหากได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทางบริษัทอนุญาตให้สามารถทำงานที่บ้านได้ หรือย้ายมาทำงานที่ออฟฟิตสำรองได้ นอกจากนี้บริษัทได้จัดเตรียมที่พักสำหรับพนักงานและครอบครัวอีกด้วย เพราะว่าพนักงานทุกคนมีความจำเป็นไม่เหมือนกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่พนักงานและเราทุกคนเหมือนกันคือความเป็นห่วงครอบครัว บ้าน และสัตว์เลี้ยง เราเชื่อว่าหากพนักงานทั้ง 36,000 คนปลอดภัย มีที่พัก พวกเขาจะพร้อมทำงานและช่วยเหลือสังคมรอบข้าง

          เมื่อเหตุการณ์น้ำท่วมมาถึง สิ่งที่บริษัทดำเนินการก็คือ การส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยพนักงานที่ไม่ประสงค์ย้ายออกจากบ้านขนของขึ้นที่สูง แจกจ่ายถุงทรายและอาหารสำหรับพนักงาน หาที่จอดรถชั่วคราวในจังหวัดราชบุรีและชลบุรี ซึ่งเราประเมินแล้วว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม อีกทั้งเตรียมรถพาพนักงานกลับมายังกรุงเทพฯ จัดรถรับส่งตามจุดต่างๆ เพื่อให้พนักงานที่ไม่มีรถหรือไม่สะดวกในการเดินทางสามารถเดินทางมาทำงานได้ตามปกติด้วยความสมัครใจ และเมื่อเหตุการณ์น้ำท่วมในจุดต่างๆ เข้าขั้นวิกฤติ พนักงานและครอบครัวประสงค์จะย้ายออกจากบ้าน SCG ได้ส่งทีมกู้ภัยที่มีความชำนาญซึ่งในแต่ละวันจะมีทีมกู้ภัยกว่า 50 คนเพื่อลงพื้นที่ช่วยเหลือ โดยปฏิบัติภารกิจด้วยความไม่ประมาทเพราะ “การจะช่วยเหลือคนอื่น ต้องมีสติ ปลอดภัย ทั่วถึง และมีคุณภาพ”

          “เมื่อคนของเราปลอดภัย ครอบครัวปลอดภัย ท้องอิ่ม นอนสบาย เมื่อนั้นความเป็นจิตอาสาก็จะออกมาเอง” เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้คุณวีนัสได้รู้จักพนักงานเพิ่มอีกหลายคน “ยอมรับว่าเดิมนั้นพนักงานของ SCG บางคนพี่ไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยรู้จัก เนื่องจากพนักงานของเรามีจำนวนมาก อีกทั้งแยกย้ายกันไปทำงานที่หลากหลาย แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เราได้รู้จักกัน บางคนพี่เห็นมาช่วยงานจิตอาสาทุกวันไม่เคยเว้น ดึกดื่นเที่ยงคืนก็ยังไม่กลับบ้าน” และเมื่อเห็นแล้วว่าคนของเราพร้อมเราก็เดินหน้าเต็มที่ และถือเป็นความโชคดีที่สำนักงานใหญ่ของเราไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทำให้เรามีกำลังเต็มที่ในการช่วยเหลือคนอื่น ”เราได้จัดตั้ง Call Center เพื่อรับเรื่องร้องทุกข์และการขอความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง สิ่งหนึ่งที่เราเห็นได้ชัดเจนคือ บางคนไม่ได้ต้องการสิ่งของแต่เขาต้องการกำลังใจ ต้องการคนรับฟัง ต้องการคนแบ่งเบาความทุกข์นั้น"

          SCG ได้บรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยด้วยการแจกถุงยังชีพและส้วมกระดาษ “SCG เลือกที่จะแจกถุงยังชีพแบบอาหารแห้งโดยไม่ปรุงเป็นอาหารสดเนื่องจากว่าไม่มีความถนัด เราแจกส้วมกระดาษเพราะมีวัตถุดิบและมีความถนัดที่พร้อมอยู่แล้ว พี่มองว่าเราควรช่วยในสิ่งที่เราถนัด สิ่งที่เรามี ด้านไหนที่เราไม่ถนัดก็ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนอื่น แต่เราต้องช่วยในส่วนของเราให้เต็มที่ ช่วยโดยการไม่เป็นภาระของคนอื่น"

          “การเป็นองค์กรเอกชน เราไม่มีอำนาจในการช่วยเหลือ การช่วยเหลือต้องไม่เป็นภาระผู้อื่น” คุณวีนัสจะย้ำคำนี้กับเราเสมอตลอดการพูดคุย เราไม่ได้มองว่าเราช่วยคนไปมากแค่ไหน แจกถุงยังชีพไปมากเท่าไร แต่เราประเมินว่าการช่วยเหลือในครั้งนี้มีคุณภาพมากแค่ไหน ต้องมองปัญหาทั้งก่อน - กลาง – หลัง – อนาคต และหลังจากที่น้ำลดทาง SCG ได้เร่งเข้าช่วยเหลือเก็บกวาดทำความสะอาดสถานที่ต่างๆ ซึ่งก็ได้รับความช่วยเหลือและสนับสนุนจากประชาชนเป็นอย่างดี

          มาถึง ณ วันนี้ SCG ตอบได้เลยว่า “CSR ที่ทาง SCG ทำอย่างจริงจังและต้องการให้คนในสังคมรับรู้คือ สาเหตุที่น้ำท่วมอยู่ทุกวันนี้มาจากมนุษย์ จากการใช้ทรัพยากรโดยไม่ยั้งคิด SCG จึงพยายามทำ CSR ให้หลายฝ่ายเห็นคุณค่าของธรรมชาติ CSR ด้วยวิธีการทำให้เห็นจริง ทำด้วยความตั้งใจ ซึ่งล่าสุด SCG ได้สร้างฝายชะลอน้ำในพื้นที่จังหวัดลำปาง รวมถึงพื้นที่อื่นๆรอบชุมชนและโรงงานของ SCG แล้วกว่า 3 หมื่นฝาย และผลของมันก็ทำให้ชาวบ้านได้เห็นว่าหากเรามีป่า มีน้ำ ธรรมชาติก็จะกลับมา ”

advertisement
Banner


advertisement
Banner