Banner

AP เตรียมเปิดตัว 10 โครงการใหม่ครึ่งปีหลัง มั่นใจปลายปียอดขายทะลุเป้า 2 หมื่นล้าน พร้อมแก้ปัญหาขาดแรงงานด้วยระบบพรีแฟบ


           นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ AP เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานของบริษัทในครึ่งปีหลัง 2555 ว่า จะเปิดตัวทั้งสิ้น 10 โครงการ มูลค่า 11,620 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยว 2 โครงการ มูลค่า 2,100 ล้านบาท ทาวน์เฮาส์ 6 โครงการ มูลค่า 6,630 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 2 โครงการ มูลค่า 2,890 ล้านบาท จากทั้งปีที่ตั้งเป้าเปิดตัว 17 โครงการ มูลค่ารวม 20,330 ล้านบาท

          ล่าสุดได้เปิดตัวโครงการ Aspire สาทร-ตากสิน เฟส1 เป็นคอนโดฯ1 อาคาร สูงกว่า 20 ชั้น ขนาด 28-30 กว่าตารางเมตร ราคาเริ่มต้นที่ 1.2 ล้านบาท จำนวน 546 ยูนิต มูลค่าโครงการ 890 ล้านบาท และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเดือนตุลาคม นี้ จากก่อนหน้านี้ที่เปิดตัว Aspireรัตนาธิเบศร์ เป็นคอนโดฯ 2 อาคาร มูลค่าโครงการ 540 ล้านบาท ไปเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ขณะนี้มียอดขายแล้วกว่า 70% โดยบริษัทฯจะนำ2โครงการดังกล่าวมาร่วมจัดแคมเปญกับอีก 16 โครงการ ทั้งแบรนด์The Address RHYTHM และ Life ที่ตั้งอยู่ในทำเลต่างๆ เช่น สุขุมวิท 61 พหล-อารีย์ สุขุมวิท 44/1 รัชดา สาทร อโศก พญาไท เป็นต้น พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษ “รูดเท่าไหร่ ลดเท่านั้น” สูงสุด 100,000 บาท ผ่อนจ่ายเงินจองผ่านบัตรเครดิตที่เข้าร่วมแคมเปญ 0% นาน 6 เดือน และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมายจากพันธมิตรทางการเงิน พิเศษผู้ที่กำลังมองหาคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ จองภายในงานรับส่วนลดพิเศษสูงสุด 2 ล้านบาท ตั้งแต่วันนี้ - 15 กรกฎาคม 2555 นี้ โดยตั้งเป้ายอดขายในแคมเปญนี้ประมาณ 900 ล้านบาท

          ด้านปัญหาแรงงานยังถือว่าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับทุกบริษัทที่ไม่สามารถแก้ไขได้ 100% ดังนั้นบริษัทฯจึงต้องพยายามที่จะพึ่งแรงงานให้น้อยลง ด้วยการหันมาใช้ระบบก่อสร้างสำเร็จรูปให้มากขึ้น โดยปัจจุบันได้ใช้อยู่กับทาวน์เฮาส์ 7 โครงการใน 2 แบรนด์ คือ บ้านกลางเมือง และ เดอะ พลีโน่ ซึ่งในปี 2555 นี้บริษัทฯจะนำระบบก่อสร้างสำเร็จรูปมาใช้ใน 2 แบรนด์ดังกล่าวเพิ่มมากขึ้นในสัดส่วน 50:50 ควบคู่กับการก่อสร้างระบบเดิม และยังอยู่ในระหว่างการศึกษาข้อมูลที่จะนำระบบการก่อสร้างสำเร็จรูปมาใช้ในโครงการบ้านเดี่ยวในอนาคตด้วย

          ส่วนการที่ในปี 2558 ประเทศไทยจะเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้น มองว่าจะส่งผลดีต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เนื่องจากจะมีชาวต่างประเทศหมุนเวียนเข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทยมากขึ้น ดังนั้นจึงมีความต้องการที่อยู่อาศัยมากขึ้นแน่นอน ดังนั้นจึงสามารถตอบรับดีมานด์ต่างชาติได้เป็นอย่างดี


          “พฤติกรรมการเลือกซื้อคอนโดมิเนียมในเมืองในปัจจุบันถ้าถามว่าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากไหม ความจริงลึกๆ ที่ต้องยอมรับคือคนยังมีความปรารถนาที่อยากอยู่ในเมืองอยู่ แต่ด้วยข้อจำกัดของที่ดินในการพัฒนากับราคาขาย จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รับได้กับคอนโดมิเนียมที่ขยับทำเลออกไปจาก CBD แต่ตอบโจทย์ความสะดวกสบายด้วยระบบคมนาคมรูปแบบอื่นๆ ซึ่งถ้าดูจากยอดขายรวมของตลาดคอนโดฯใไตรมาส 1 ที่ผ่านมา สินค้าระดับราคา 1-3 ล้านบาทถือว่ามียอดขายมากที่สุดถึง 12,907 ยูนิต คิดเป็น 63% ของยอดขายคอนโดทั้งหมด (20,343 ยูนิต) ซึ่ง ณ วันนี้ถือว่าสินค้าระดับราคา 1-3 ล้านบาทเป็นสินค้าที่ตอบตลาด แมสมากที่สุดและเพื่อให้สอดรับกับดีมานด์ที่เกิดขึ้นจริงในตลาด ดังนั้นในปีนี้บริษัทฯ จึงโฟกัสการพัฒนาสินค้าภายใต้แบรนด์ Aspire ให้มีความแตกต่างจากสินค้าอื่นๆ ที่อยู่ในโหมดราคาเดียวกัน ทั้งในเรื่องของทำเล คอนเซ็ปต์การพัฒนาโครงการ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ โดยที่ผ่านมาบริษัทฯ เปิดตัวสินค้าแบรนด์ Aspire ไปแล้วทั้งสิ้น 5 ทำเล คือ พระราม 4 งามวงศ์วาน ศรีนครินทร์ พระราม 9 และสุขุมวิท 48”นายวิทการ กล่าว

          อย่างไรก็ตามในครึ่งปีแรก ณ เดือนมิถุนายน บริษัทฯ สามารถทำยอดขายรวมได้ 11,684 ล้านบาท จากที่ตั้งไว้ 8,600 ล้านบาท เกินเป้าไป 35% คาดว่าจนถึงปลายปีนี้จะสามารถทำยอดขายรวมได้ตามเป้าที่วางไว้ 20,000 ล้านบาท โดยมีสินค้ารอรับรู้รายได้เท่ากับ 32,761 ล้านบาท เป็นคอนโดมิเนียม 27,658 ล้านบาท



advertisement
Banner


advertisement
Banner