แนวโน้มราคาวัสดุก่อสร้าง Q3/2555 พุ่งหลังราคาน้ำมันปรับขึ้นต่อเนื่อง
Written by Administrator
Wednesday, 15 August 2012 14:36

สถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองในประเทศไทยยังไม่นิ่งเหมือนกับราคาน้ำมันที่ยังขึ้นๆลงๆชวนให้วิตก เนื่องจากต้นทุนค่าขนส่งที่แม้จะพึ่งพาน้ำมันดีเซลเป็นหลัก แต่แนวโน้มที่เป็นขาขึ้นของราคาน้ำมันในประเทศไทย ทำให้ผู้ประกอบการวิตกว่า ในช่วงครึ่งปีหลังค่าขนส่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นอีก

รายงานตัวเลขความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจากสำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคประจำเดือนกรกฎาคม 2555 โดยรวมปรับตัวดีขึ้น ทั้งในส่วนของความเชื่อมั่นในปัจจุบันและในอนาคตอีก 3 เดือนข้างหน้า โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อสถานการณ์ปัจจุบันปรับตัวเพิ่มจาก 20.9 เป็น 21.5 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่มีต่อสถานการณ์ในอนาคต 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 32.1 เป็น 34.2 สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่ผ่อนคลายมากขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมและสถานการณ์อื่นๆในประเทศ

“แม้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นจะดีขึ้น แต่โดยรวมแล้วความกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมือง ภัยธรรมชาติ และผลกระทบจากวิกฤตการเงินยุโรป มีผลต่อระดับความเชื่อมั่นของทั้งประชาชนและผู้ประกอบการมากพอสมควร โดยเฉพาะในด้านการวางแผนค่าใช้จ่ายและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะตลาดโลก ทำให้ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการต้องปรับตัวและระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น” แหล่งข่าวจาก สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กล่าว
ทั้งนี้ จากผลการสำรวจราคาสินค้าในหมวดวัสดุก่อสร้างต่างๆของกระทรวงพาณิชย์พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงของราคาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ยกเว้นสินค้าในหมวดเหล็กที่มีการปรับลดราคาลงอย่างต่อเนื่อง
กลุ่มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง สำนักสารสนเทศและดัชนีเศรษฐกิจการค้า เผยว่า จากรายงานการสำรวจราคาเหล็กเส้นกลมผิวเรียบและเหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย จากผู้ประกอบการและตัวแทนจำหน่ายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 5 ราย พบว่า ราคาเฉลี่ยเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตเดือนกรกฎาคม 2555 มีการปรับลดลงอีก ซึ่งเป็นการลดราคาลงติดต่อกันหลายเดือน ทั้งนี้มองว่าอาจมีสาเหตุจากราคาเหล็กในตลาดโลกและราคาเหล็กต้นน้ำลดต่ำลง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเหล็กของผู้ผลิตในประเทศลดลงตามไปด้วย

“ในช่วงนี้ผู้ประกอบการค้าเหล็กส่วนใหญ่จำหน่ายเหล็กได้น้อย บางรายจึงแข่งขันกันจำหน่ายด้วยการลดราคาเพื่อระบายสินค้าคงคลัง ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากภาคอสังหาริมทรัพย์ซบเซาในช่วงที่น้ำท่วมและผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้ผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยชะลอการตัดสินใจซื้อ สำหรับปัญหาปริมาณเหล็กในตลาดเกินความต้องการในขณะนี้ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับหลายประเทศทั่วโลก เช่น จีน สหรัฐอเมริกา ตุรกี ไต้หวัน เวียดนาม รวมทั้งประเทศไทย จากการที่ตลาดนำเข้าเหล็กรายใหญ่ได้ลดปริมาณการนำเข้า ส่งผลให้เหล็กล้นตลาด มีผลให้ราคาขายส่งเหล็กเส้นเดือนกรกฎาคม 2555 เทียบกับเดือนมิถุนายน 2555 ลดลง 200-500 บาทต่อตัน” แหล่งข่าวจาก สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กล่าว
อนึ่ง ราคาขายส่งเหล็ก เดือนกรกฎาคม 2555 เปรียบเทียบกับ เดือนมิถุนายน 2555 มีอัตราการเปลี่ยนแปลง ดังนี้

-เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ SR 24 ลดลงร้อยละ 1.82
- เหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย SD 30 ลดลงร้อยละ 1.94
- เหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย SD 40 ลดลงร้อยละ 1.76
-เหล็กแผ่นเรียบดำ และเหล็กแผ่นไร้สนิม (แสตนเลส) ลดลงเฉลี่ยร้อยละ 1.5
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าราคาเหล็กจะมีการปรับตัวลดลง แต่ในส่วนของผลิตภัณฑ์อื่นๆมีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสินค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเดือนมิถุนายน –กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีดังนี้

- เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง ยาวเกิน 21 เมตร ราคาเพิ่มขึ้น ประมาณ 1,000-2,000 บาทต่อท่อน
- ท่อระบายน้ำคอนกรีต รับแรงดัน ขนาดยาว 5 เมตร ปรับเพิ่มขึ้นอีก 1,000 บาทต่อท่อน
- กระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคา แบบลอนและซีแพคโมเนีย (ตราช้าง) ปรับราคาเพิ่มขึ้นอีก 1-3 บาทต่อแผ่น
- กระเบื้องโปร่งแสง แบบลอนและซีแพคโมเนีย ขนาด 33 x 42 ซม. ตราช้าง เพิ่มขึ้นจากแผ่นละ 330 บาทเป็น 350 บาท
- ผลิตภัณฑ์ไม้แปรรูป และไม้ไม่แปรรูป ปรับราคาขึ้นที่ 100-300 บาท ต่อ ลบ.ฟ. ส่วนวัสดุทดแทนไม้ทรงตัวในระดับเดิม
- สีเคลือบน้ำมัน ชนิดเงา ขนาด 3.785 ลิตร ตราไอ ซี ไอ ดูลักซ์ ปรับราคาจากกระป๋องละ 792 บาท ขึ้นเป็น 840 บาท
- สีน้ำพลาสติก ทาภายนอก ขนาด 3.785 ลิตร ตรา ไอ ซี ไอ ดูลักซ์ (เพนทาไลท์ A921) เพิ่มจากกระป๋องละ 604 บาท เป็น 664 บาท และ ขนาด 18.925 ลิตร ตรา ไอ ซี ไอ ดูลักซ์ (เพนทาไลท์ A921) เพิ่มจากกระป๋องละ 2,790 บาท เป็น 3,073 บาทต่อกระป๋อง
หมายเหตุ : อ้างอิงราคาสินค้าจาก สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์