• 24 กุมภาพันธ์ 2026
  • Thailand

“เซ็นทรัลพัฒนา” เดินหน้าขยายมิกซ์ยูสใจกลางภูเก็ต มูลค่าโครงการ 26,000 ลบ. บน บนที่ดิน 110 ไร่

“เซ็นทรัลพัฒนา” เดินหน้าขยายมิกซ์ยูสใจกลางภูเก็ต  มูลค่าโครงการ  26,000 ลบ. บน  บนที่ดิน 110 ไร่





“เซ็นทรัลพัฒนา” เดินหน้าขยายมิกซ์ยูสใจกลางภูเก็ต  มูลค่าโครงการ  26,000 ลบ. บน  บนที่ดิน 110 ไร่





ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “การยกระดับภูเก็ตสู่เมือง Shopping และ Lifestyle ระดับโลกไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเซ็นทรัลพัฒนาเป็นผู้บุกเบิกศักยภาพภูเก็ตมากว่า 20 ปี เริ่มจาก เซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล (ปี 2004) บน Strategic location ที่เป็นหัวใจของเมือง ถนนทุกสายมุ่งมาที่นี่ เป็นจุดตัดสำคัญที่สุดของเมืองที่ใครมาภูเก็ตต้องผ่าน เหมือนบทบาทของเซ็นทรัลเวิลด์ที่อยู่ใจกลางแยกราชประสงค์ และต่อยอดอีกขั้นกับเซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า 8 ปีที่แล้ว (ปี 2018) ที่ได้นำ Luxury brands และ Luxury lifestyle ระดับโลก เข้ามาเติมเต็มในสเกลเมืองท่องเที่ยวโลก ความต่อเนื่องนี้ทำให้เซ็นทรัล ภูเก็ต เติบโตบนจุดแข็ง 4 ด้าน คือ 1) Luxury mall หนึ่งเดียวนอกกรุงเทพฯ ที่รวมแบรนด์ระดับโลกไว้มากที่สุด 2) มี Strategic alliances แข็งแกร่ง ทั้งพันธมิตรธุรกิจ โรงแรม ภาครัฐ-เอกชน และฐานลูกค้าไทย–Expat ในภูเก็ตที่มี Relationship ยาวนาน 3) มี Variety of lifestyle ครบทุกการใช้ชีวิต และ 4) เมกะมิกซ์ยูสระดับโลกใจกลางเมือง ที่ครบทั้งศูนย์การค้า, คอนโดมิเนียม และ Convention Hall รองรับอีเว้นต์ระดับประเทศ-ระดับโลกตลอดทั้งปี เรากำลังเดินหน้ายกระดับภูเก็ตสู่เมืองชายทะเลหรูแห่งการใช้ชีวิตระดับโลกที่มี เซ็นทรัล ภูเก็ต เป็นหัวใจของเมือง ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืนระดับโลก โดยความเชื่อมั่นนี้ ยังสะท้อนผ่านการลงทุนของกลุ่มเซ็นทรัลในภูเก็ตมากกว่า 140 แห่ง นับเป็นจังหวัดที่มีการลงทุนสูงสุดอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ ครอบคลุมธุรกิจรีเทล 10 แห่ง โรงแรม 7 แห่ง ที่อยู่อาศัย 3 แห่ง และธุรกิจในเครือเซ็นทรัล รีเทล อีกกว่า 120 outlets สะท้อนความมุ่งมั่นระยะยาวของกลุ่มเซ็นทรัลที่มีต่อภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง  ศักยภาพของภูเก็ตในวันนี้ ก้าวไปอีกขั้นมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว ด้วยการเป็นศูนย์กลางระดับโลกในหลายด้านทั้ง Medical, Wellness และ Hospitality อีกทั้ง การเติบโตของ Branded residences ต่อเนื่อง โดยจะมีวิลล่าเปิดใหม่ระดับ High-end ถึง Ultra Luxury รองรับการใช้ชีวิตเป็นจุดหมายของ Global wealth และ Long-stay residents ทั่วโลก สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจภูเก็ตจาก Visitor Economy สู่ Living Economy อย่างชัดเจน”
















“เมืองอย่าง Miami, Saint-Tropez หรือ Barcelona ล้วนมีองค์ประกอบครบทั้ง Fine dining, Yacht marina, Luxury boutique, Wellness และCulture life ซึ่ง ‘ภูเก็ต’ เป็นเมืองที่มีศักยภาพแบบเดียวกัน วันนี้ เรากำลังต่อยอดโครงสร้างดังกล่าวให้ชัดเจนขึ้นในโมเดลใหม่ของเมืองชายทะเลหรู ด้วย 3 แกนสำคัญ คือ 1) Luxury lifestyle 2) Downtown Economy และ 3) Global community รองรับการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพของผู้คนทั่วโลก”   ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าว











ชาตรี โกวิทานุพงศ์ Head of Project Development บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวเสริมว่า “Retail-Led Mixed-Use ที่มีรีเทลเป็นหัวใจของ Ecosystem เป็น Daily touchpoint ที่เชื่อมผู้คนเข้ากับทุกฟังก์ชั่นของพื้นที่ โดยเซ็นทรัล ภูเก็ต คือศูนย์กลางการใช้ชีวิตของคนทั้งเกาะที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิต เศรษฐกิจ และการเติบโตของเมือง โดยการขยายโครงการเมกะมิกซ์ยูสนี้ คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2028 ทั้ง 3 ส่วน ประกอบด้วย เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า “The Pinnacle of Urban Luxury” ขยายพื้นที่ลักชูรีเพิ่มอีกเท่าตัว เป็น     The World’s Luxury Destination ที่สมบูรณ์แบบที่สุดนอกกรุงเทพฯ คาดเปิดไตรมาส 4 ปี 2026 เซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล “The Everyday Urban Lifestyle Gateway” ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้ง ผสาน    รีเทล แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และพื้นที่กิจกรรมไว้ด้วยกัน คาดเปิดไตรมาส 1 ปี 2028 World-Class Attractions แลนด์มาร์กใหม่ที่รวม Aquatic Experience, World-class Arena for Entertainment & Culture และ Immersive Park บนพื้นที่ต่อขยาย 14 ไร่ คาดเปิดไตรมาส 3 ปี 2028






อิศเรศ จิราธิวัฒน์ Head of Leasing Fashion & Luxury Partner Management บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “ภูเก็ตกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเร่งการเติบโตของตลาดลักชูรี่ โดยปี 2026–2029 จะมี Branded Residences กว่า 4,700 ยูนิตจาก 26 โครงการ และโรงแรมลักชูรีใหม่กว่า 20 โครงการ, 5,200 ห้อง ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ทั้งการขยายสนามบินรองรับผู้โดยสารกว่า 18 ล้านคนต่อปี โครงการ Expressway สนามบิน–กะทู้–ป่าตอง ที่ลดเวลาเดินทางเหลือ 20 นาที รวมถึง Marina, Deep-sea port, โรงพยาบาลระดับสากล และโครงการ Wellness โดยมี เซ็นทรัล ภูเก็ต เป็นศูนย์กลางเชื่อมชีวิตลักชูรี ปัจจุบัน เรามีฐานลูกค้ากำลังซื้อสูงทั้งคนไทย, Expat, นักท่องเที่ยวคุณภาพ และกลุ่ม Long-stays ส่งผลให้หลายแบรนด์มียอดขายติด Top 3 ของประเทศต่อเนื่อง มี Spending per Customer สูงสุดในกลุ่ม Tourist malls และมียอดขายต่อตารางเมตรสูงถึง 2.5 เท่า พร้อมฐานลูกค้า VVIP ระดับ Tycoon กว่า 3,000 คน อีกทั้ง The 1 ecosystem ที่เชื่อมโยงกลุ่มลูกค้า Wealth ได้ทั่วประเทศ



กลุ่มเซ็นทรัล บริหาร Luxury retail ในกว่า 18 ประเทศ 140 เมืองทั่วโลก และเป็นหนึ่งใน Global Strategic Partner ของเครือแบรนด์หรูระดับโลก มียอดขายมูลค่ามหาศาลต่อปี ย้ำความเชื่อมั่นให้แบรนด์ระดับโลกยังคงเลือกเติบโตกับเราอย่างต่อเนื่อง โดยจากศักยภาพของภูเก็ตและความเชื่อมั่นที่แบรนด์มีต่อเซ็นทรัล ภูเก็ต ซึ่งพิสูจน์ได้จากยอดขายที่เติบโตต่อเนื่อง และหลายแบรนด์มียอดขายเป็นอันดับ 1 ของประเทศที่นี่ ทำให้แบรนด์ระดับโลกตัดสินใจขยายพื้นที่ร้าน พร้อมพัฒนาคอนเซ็ปต์ใหม่ในระดับแฟล็กชิป รวมถึง Phuket Exclusive items ที่มีเฉพาะที่เซ็นทรัล ภูเก็ต เท่านั้น ด้วยศักยภาพต่างๆ นี้ เราจึงเดินหน้าขยาย Luxury zone เพิ่มอีกเท่าตัว และเพิ่มจำนวนแบรนด์ลักชูรี่ต่อเนื่อง โดยภายในปี 2028 จะขยายสเกลเทียบเท่ากรุงเทพฯ ทำให้เซ็นทรัล ภูเก็ต เป็นศูนย์การค้าหนึ่งเดียวนอกกรุงเทพฯ ที่รวมแบรนด์ลักชูรี่ระดับต้นๆ ของโลกไว้เกือบครบที่สุด  เซ็นทรัล ภูเก็ต พร้อมเป็น Global ecosystem ที่แบรนด์ลักชูรีทั่วโลกเลือกปักหมุด ผลักดันให้ภูเก็ตอยู่บนแผนที่โลกในฐานะเมืองลักชูรีระดับโลก โดยมีเซ็นทรัล ภูเก็ต เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาพนั้น”





จุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ Head of Business & Design Development บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวถึงแนวคิดการออกแบบว่า “ก่อนที่เราจะพูดถึงความแตกต่างของ Festival และ Floresta สิ่งสำคัญที่สุดคือ 1) เราไม่ได้ออกแบบแค่ศูนย์การค้า เราออกแบบ ‘หัวใจของเมืองภูเก็ต’ ในฐานะเมืองชายทะเลหรูระดับโลก ที่มีวัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ และมีความหรูหราในแบบของตัวเอง และต้องทำให้ Central Phuket District เป็น Global flagship experience ในทุกด้าน เป็นศูนย์รวมของ Luxury, Lifestyle และ Entertainment และ 2) โปรเจ็กต์ Super Regional mall ที่มีขนาดใหญ่ ใกล้เคียง centralwOrld และมี Luxury brand ระดับโลกเทียบเท่า Central Embassy




ด้านการดีไซน์ ทั้ง 2 ฝั่งถูกออกแบบภายใต้ DNA เดียวกัน จากแรงบันดาลใจชายฝั่งอันดามัน วัฒนธรรมท้องถิ่น และไลฟ์สไตล์ระดับสากล โดย Floresta สะท้อนความประณีตและเปล่งประกายของลักชูรี ส่วน Festival ถ่ายทอดพลังชีวิตและความมีชีวิตชีวาของเมือง ตัวอย่างใน Floresta คือ The Pearl Atrium และ The Pearl Pod ที่ออกแบบด้วยเส้นสายคลื่นและแสงธรรมชาติ สื่อถึง ‘ไข่มุกแห่งอันดามัน’ พร้อมการผสานศิลปะ Sino-Portuguese และการรีดีไซน์ Ground Floor ใหม่ทั้งหมด สะท้อนทั้งความหรูร่วมสมัย วิถีชุมชน และพลังของชายฝั่งภูเก็ตในมิติเดียวกัน ในส่วนของ Ground Floor ที่เป็นโซน Food destination ที่เราปรับใหม่ทั้งหมด เพื่อยกระดับประสบการณ์ให้สะท้อนอัตลักษณ์ของชายฝั่งภูเก็ตอย่างชัดเจน ในบรรยากาศแบบ Modern contemporary ที่ผสานวัฒนธรรมและวิถีชีวิตท้องถิ่นเข้ากับไลฟ์สไตล์ระดับโลก พื้นที่จะถูกออกแบบให้มีอัตลักษณ์ของวิถีชีวิตภูเก็ต มีกลิ่นอายของ Beach club ใน Coastal city เชื่อมโยง Local to Global เติมพลังงานที่สนุกและมีชีวิตชีวาให้กับพื้นที่ เหมือนกับโซน Food destination ที่ Central Park สร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับผู้มาเยือน  เราเอา Element ของ Floresta ที่เป็น Refine luxury โดยเฉพาะ ตรง Facade มาเบลนอยู่ในการตกแต่งของฝั่ง Festival ให้เป็น Element ของดีไซน์ที่มีความเชื่อมโยงกัน โดย Festival มีความเป็น Warm Energy, Greenery และมีLocal essence Central Phuket District จึงเป็นศูนย์การค้าที่มีสอง Expression ที่แตกต่างกันเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ สะท้อนภูเก็ตในฐานะ ‘Global Destination of Luxury, Lifestyle & Entertainment’ อย่างสมบูรณ์แบบ”