“เซ็นทรัลพัฒนา” และ อิคาโน เซ็นเตอร์ เดินหน้าขยายศูนย์การค้า ด้วยงบลงทุน 6,000 ลบ. พลิกโฉมอนาคตกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก
นายเอเดรียน มิเรีย Ikano Centres, Part of Ikano Retail กล่าวว่า “ตั้งแต่ 14 ปีที่แล้ว เรามองเห็นศักยภาพการเติบโตของประเทศไทย และมองเห็นโอกาสของย่านบางนาในฐานะทำเลยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ Ikano Group ในการสร้างโอกาสเพื่อชีวิตที่ดีกว่าให้กับผู้คน เราเชื่อว่าทำเลแห่งนี้มีศักยภาพมากกว่าการเป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านรีเทล แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้คนเลือกใช้ Quality time ร่วมกันกับครอบครัวและเพื่อน และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคน โดยตั้งแต่เปิดให้บริการ เมกาบางนาได้ต้อนรับผู้ใช้บริการมากกว่า 670 ล้านครั้ง รวมถึงสร้างสถิติผู้เข้าใช้บริการสูงสุดมากถึง 60 ล้านครั้งในปี 2568 พร้อมรักษาอัตราการเช่าพื้นที่เต็ม 100% มาอย่างต่อเนื่อง ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของ IKEA สาขาแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในสาขาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเติบโตสู่การเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านรีเทลและไลฟ์สไตล์ชั้นนำของอาเซียน สิ่งที่เราภาคภูมิใจที่สุดไม่ใช่เพียงแค่ขนาดของโครงการหรือผลการดำเนินงาน แต่คือความสัมพันธ์และความผูกพันที่เราได้สร้างร่วมกับลูกค้าตลอด 14 ปีที่ผ่านมา”

นายภูมิ จิราธิวัฒน์ Head of Hotels and Alternative investments บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การขยายพื้นที่ศูนย์การค้าเมกาบางนาในวันนี้ ถือเป็น Milestone ที่สำคัญสะท้อนวิสัยทัศน์ A Future-Led Ecosystem ของเซ็นทรัลพัฒนา โดยตลอด 14 ปีที่ผ่านมา เมกาบางนาเฟสแรกได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และวันนี้การพัฒนาในเฟสที่สอง จะเป็นมากกว่าการขยายพื้นที่ศูนย์การค้า โดยจะเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์มูลค่า 6,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต และเป็นจุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิต ธุรกิจ และคอมมูนิตี้เข้าด้วยกัน โดยในอนาคต เมกาบางนาจะได้รับการพัฒนาภายใต้แผนมิกซ์ยูสมาสเตอร์แพลนระยะยาว บนพื้นที่กว่า 325 ไร่ และเมื่อพัฒนาแล้วเสร็จจะมีพื้นที่โครงการรวม (GBA) กว่า 1.3 ล้าน ตร.ม. คาดว่ามูลค่าโครงการรวม 70,000 ล้านบาท โดยจะมีการพัฒนาองค์ประกอบอื่นๆ อีกในอนาคต อาทิ อาคารสำนักงาน โรงแรม ที่พักอาศัย ที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งของโครงการ ภายใต้วิสัยทัศน์เมกาซิตี้ ที่มีเป้าหมายก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของกรุงเทพฯ ตะวันออก และเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาเมืองแห่งอนาคตที่สำคัญของประเทศไทย พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การเติบโตของเมืองอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน”

นายภูมิ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การลงทุน 6,000 ล้านบาทในครั้งนี้ มีกำหนดแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2571 เพื่อต่อยอดเมกาบางนาสู่เดสติเนชันแห่งใหม่ที่ผสานพื้นที่รีเทล พื้นที่สาธารณะ การบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยโครงการส่วนต่อขยายจะเพิ่มพื้นที่โครงการรวม (GBA) อีก 170,000 ตร.ม. ซึ่งรวมถึงการเพิ่มพื้นที่จอดรถอีก 1,750 คัน ส่งผลให้เมกาบางนา เป็นหนึ่งในศูนย์การค้าที่มีพื้นที่จอดรถมากที่สุดในกรุงเทพฯ และจะมีพื้นที่โครงการรวมกว่า 800,000 ตร.ม. หรือมากกว่าครึ่งหนึ่งของแผนการพัฒนามิกซ์ยูสในระยะยาว ขณะเดียวกัน ย่านบางนายังคงเป็นหนึ่งในพื้นที่เติบโตเร็วที่สุดของกรุงเทพฯ ทั้งจากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่กำลังซื้อสูง (Modern Affluent Family) และความต้องการด้านไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้บริโภคในปัจจุบันมองหาประสบการณ์ที่มากกว่าการช้อปปิ้ง ทั้งด้านการใช้ชีวิต การพักผ่อน และการสร้างคอมมูนิตี้ร่วมกัน ซึ่งการขยายโครงการครั้งนี้ได้รับการออกแบบขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปและรองรับการเติบโตของเมกาบางนาในอนาคต”
นายมาริส อโบลตินส์ กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเมกาบางนา และเมกาซิตี้ กล่าวว่า “เมกาบางนาเชื่อว่าอนาคตของธุรกิจรีเทลไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจับจ่ายใช้สอยอีกต่อไป เพราะปัจจุบัน ผู้คนให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาวะที่ดี สร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย และเติมเต็มการใช้ชีวิตในทุกวัน เราจึงพัฒนาเมกาบางนาให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับคนทุกเจเนอเรชัน ภายใต้วิสัยทัศน์ ของโครงการ ‘A Destination for a More Thoughtful Everyday’ ที่ไม่ใช่เพียงการเพิ่มพื้นที่รีเทล แต่เป็นการสร้างโอกาสให้ผู้คนได้ใช้เวลาคุณภาพร่วมกันมากขึ้น มีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และได้รับประสบการณ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้นในชีวิตประจำวัน ตอกย้ำบทบาทของเมกาบางนาในฐานะ ‘Your Everyday Meeting Place’ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก”

















