• 4 กุมภาพันธ์ 2026
  • Thailand

“สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน” เตรียมชงรัฐ “คนละครึ่ง- ลดหย่อนภาษี” กระตุ้นกำลังซื้อ

“สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน” เตรียมชงรัฐ “คนละครึ่ง- ลดหย่อนภาษี”  กระตุ้นกำลังซื้อ






“สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน” เตรียมชงรัฐ “คนละครึ่ง- ลดหย่อนภาษี” กระตุ้นกำลังซื้อ เร่งตลาดฟื้นตัว




นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เผยปี 2569 สมาคมฯ ยังคงต่อยอดความสำเร็จจากการดำเนินงานในปี 2568 ภายใต้ยุทธศาสตร์ B-Q-O ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านและสมาชิกสามารถยืนหยัดและเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ คือการขับเคลื่อนองค์กรผ่านยุทธศาสตร์ 3 ปัจจัยแห่งความสำเร็จ (B-Q-O) ที่ดำเนินการมาอย่างเข้มข้นตลอดปีที่ผ่านมา   ภาพรวมและทิศทางของธุรกิจรับสร้างบ้าน จากข้อมูลสถิติปี 2568 สมาคมฯ คาดการณ์มูลค่าตลาดรวมบ้านสร้างเองทั่วประเทศ อยู่ที่ประมาณ 190,134 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 11% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีมูลค่ารวม 213,360 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักยังคงมาจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ปัญหาหนี้ครัวเรือน และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน












นายอนันต์กร กล่าวว่า ในปี 2568 โครงสร้างตลาดบ้านสร้างเองมีการปรับเปลี่ยนจากเดิมที่ตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑล ครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นหลัก อยู่ในภาวะหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญจากการชะลอตัวของกำลังซื้อ ขณะที่ตลาดต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคใต้ มีสัดส่วนตลาด 18% และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสัดส่วนตลาด 17% ซึ่งเป็นสองพื้นที่ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วงปีที่ผ่านมา ขณะที่หากเจาะลึกเป็นรายจังหวัดที่ทำสร้างยอดสั่งสร้างได้มากที่สุด ได้แก่ 1.กทม. 2.เชียงใหม่ 3.ชลบุรี 4.โคราช 5.สมุทรปราการและปทุมธานี โดยตลาดบ้านสร้างเองในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 43,731 ล้านบาท ปรับตัวลดลงแรงถึง -16% จากปีก่อนที่มีมูลค่า 52,060 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนตลาดลดลงเหลือเพียง 23% ขณะที่ ตลาดบ้านสร้างเองต่างจังหวัด มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 146,403 ล้านบาท ปรับตัวลดลง -9% จากปีก่อนที่มีมูลค่า 161,300 ล้านบาท ทั้งนี้แม้จะหดตัวแต่ยังน้อยกว่าพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนตลาดรวม 23% ส่วนตลาดต่างจังหวัดขยับขึ้นไปครองแชมป์ที่ 77% ของตลาดรวมทั่วประเทศ




นายอนันต์กร กล่าวว่า “ตลาดรับสร้างบ้านในต่างจังหวัดได้รับผลกระทบน้อยกว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑล และยังคงมีฐานความต้องการที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะหัวเมืองท่องเที่ยวในภาคใต้และหัวเมืองใหญ่ในภาคอีสาน” ภาคใต้ มีมูลค่า 34,224 ล้านบาท ครองสัดส่วน 18% ถือเป็นตลาดภูมิภาคที่แข็งแกร่งที่สุดในปี 2568 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีมูลค่า 32,323 ล้านบาท ครองสัดส่วน 17% , ภาคเหนือ มีมูลค่า 30,421 ล้านบาท ครองสัดส่วน 16%  ,  ภาคตะวันออก มีมูลค่า 26,619 ล้านบาท ครองสัดส่วน 14%  ,ภาคตะวันตก มูลค่า 15,211 ล้านบาท ครองสัดส่วน 8% , ภาคกลาง มูลค่า 7,605 ล้านบาท ครองสัดส่วน 4%











นายอนันต์กร กล่าวว่า การเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่จะจุดชนวนความเชื่อมั่นและเรียกความเชื่อมั่นผู้บริโภคให้กลับคืนมา นอกจากนี้ สมาคมฯ ได้เตรียมข้อเสนอเชิงรุกต่อภาครัฐ 3 มาตรการ เพื่อกระตุ้นตลาดบ้านสร้างเอง ปลดล็อกกำลังซื้อ และเป็นการเร่งฟื้นฟูตลาดให้กลับมาเร็วขึ้น  โมเดล “คนละครึ่งภาคอสังหาฯ” เสนอให้รัฐพิจารณามาตรการ “รัฐช่วยจ่าย” (Co-payment) เช่น สนับสนุนค่าวัสดุก่อสร้างบางส่วน หรือ อุดหนุนดอกเบี้ยช่วงแรก เพื่อลดภาระคนอยากมีบ้าน  ,  สมาคมฯ ได้ทำจดหมายส่งถึงกระทรวงการคลัง เรื่องขอให้พิจารณาต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษี “ออกไปอีก 2 ปี” จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เป็นสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2570  , เตรียมข้อเสนอขยายเพดาน “สร้างบ้านลดหย่อนภาษี” จากผู้ที่ต้องการสร้างบ้านสามารถนำค่าจ้างก่อสร้างบ้านมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 100,000 บาท ในอนาคตทางสมาคมฯ เตรียมนำข้อเสนอต่อภาครัฐเพื่อขยายเพดานลดหย่อนสูงสุดเป็น 500,000 บาท ซึ่งจะช่วยลดภาระผู้ที่ต้องการการปลูกสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง






โดยทั้ง 3 มาตรการดังกล่าว นำเสนอเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรงในปัจจุบันที่ปรับราคาสูงขึ้น อีกทั้งยังเป็นแรงจูงใจสำคัญให้คนตัดสินใจสร้างบ้านที่รวดเร็วขึ้น ซึ่งนำมาสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และส่งเสริมการจ้างงานในภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องอย่างยั่งยืน  “สมาคมฯ ยังคงมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานคุณภาพ และเดินหน้าสร้างการเติบโตของตลาดบ้านสร้างเองทั่วประเทศ ภายใต้เศรษฐกิจที่รอการฟื้นตัว โดยสมาคมฯ ประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และพร้อมเป็นพันธมิตรที่มั่นคงให้กับผู้บริโภคที่ต้องการสร้างบ้านคุณภาพ ที่ไม่ทิ้งงาน โดยปีนี้ตั้งเป้าหมายมูลค่าตลาดรวมไว้ใกล้เคียงกับปี 2568 คือประมาณ 1.9 แสนล้านบาท” นายอนันต์กร กล่าว